เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังอันตรายแค่ไหน แพร่กระจายอย่างไร
เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังถือเป็นภัยอันตรายที่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจำเป็นต้องใส่ใจ แต่จะอันตรายแค่ไหน แพร่กระจายอย่างไร หรือมีวิธีการรับมือยังไงเราจะพาไปดู
เพลี้ยแป้งมันสำปะหลังอันตรายยังไง
ความอันตรายของเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังจากการทำลายโดยตรงมีอยู่ด้วยกันหลายประการ ครอบคลุมทุกส่วน เช่น
- ลำต้น มีลักษณะผิดปกติ คือ มีข้อถี่หรือบิดโค้งงอจนสังเกตเห็นได้ชัด
- ใบ มีลักษณะเป็นจุดสีเหลือง บางครั้งอาจมีลักษณะย่นบริเวณยอด อาจมีลักษณะเป็นพุ่มหยิก
นอกจากนั้น ยังมีผลกระทบจากของเหลวหรือมูลน้ำหวานที่เป็นอาหารของราดำและมด ส่งผลให้ราดำมีการเติบโตอย่างรวดเร็วปกคลุมบริเวณใบ ยอด และกิ่ง ส่งผลให้ไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้อย่างเต็มที่ เมื่ออาการเริ่มลุกลามใบและกิ่งจะเริ่มแห้งและตายลงในที่สุด
กรณีเพลี้ยแป้งเข้ามันสําปะหลังช่วงระยะการเติบโต อาจส่งผลต่อการสร้างหัวมันสำปะหลังหรือร้ายแรงถึงขั้นทำให้ลำต้นตายได้
ลักษณะการแพร่กระจาย
หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 วิธี ได้แก่
1. แพร่กระจายโดยคน
จะเกิดขึ้นกรณีมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังเกิดการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง เมื่อมีคนเดินเข้าไปในแปลงปลูกทำให้เพลียแป้งติดไปตามเสื้อผ้าเมื่อเดินไปยังแปลงปลูกอื่น ๆ ที่ยังไม่เกิดโรค จึงทำให้เกิดการลุกลามหรือแพร่กระจายตามมา
2. การย้ายแหล่งอาหาร
เพลี้ยแป้งสามารถคลานเพื่อย้ายตัวเองไปยังแหล่งอาหารอื่น ๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่า จึงไม่แปลกใจว่าทำไมถึงมักพบเห็นเพี้ยแป้งค่อนข้างเยอะในบริเวณที่มีพืชหรือแหล่งเยอะ
3. มดเป็นพาหะ
เนื่องจากมดบางชนิดอยู่ร่วมกับเพลี้ยแป้งในรูปแบบของการพึ่งพาอาศัยกัน โดยมดทำหน้าที่ในการปกป้องดูแลเพลี้ยแป้งจากศัตรู เพลี้ยแป้งตอบแทนด้วยการให้มูลน้ำหวาน ทำให้มดสามารถคาบเพลี้ยแป้งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ตามพืชหรืออาหารชนิดอื่น ๆ จนกลายเป็นการแพร่กระจายตามมา
4. อาศัยกระแสลมพัด
ยิ่งบริเวณเพาะปลูกมีลมแรง โอกาสเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังแพร่กระจายก็ยิ่งมีสูง
5. ติดไปกับส่วนของพืชที่ใช้ในการขยายพันธุ์
เมื่อนำไปปลูกเลยทำให้เกิดการแพร่ระบาด
แนวทางการป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง
สำหรับแนวทางการป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังมีขั้นตอน ดังนี้
- แช่กิ่งพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารเคมี เช่น ไทอะมิโทแซม 25% อัตรา 4 กรัม หรืออิมิดาโคลพริด 70% อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ประมาณ 5 – 10 นาที
- หลีกเลี่ยงการใช้ท่อนพันธุ์จากแหล่งที่มีการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง
- พ่นสารเคมีเฉพาะจุด เช่น ไทอะเมโทรแซม 25% อัตรา 4 กรัม ไวต์ออยล์ 67% อัตรา 50 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 20 ลิตรเมื่อพบการแพร่ระบาดของเพลี้ยแป้ง
- ปล่อยแตนเบียนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูเมื่อพบการระบาด กรณีระบาดรุนแรงให้ปล่อยอัตรา 200 คู่ต่อไร่ กรณีระบาดน้อยปล่อยอัตรา 50 คู่ต่อไร่
- ปล่อยแมลงช้างปีกใสบริเวณพื้นที่ระบาดน้อย 100 ตัวต่อไร่ บริเวณพื้นที่ระบาดมาก 200 – 500 ตัวต่อไร่
สรุปได้ว่าเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังถือเป็นภัยคุกคามที่ค่อนข้างร้ายแรง จำเป็นต้องได้รับการกำจัดและหาวิธีการรับมือตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมี การปล่อยสัตว์ที่เป็นศัตรูกับเพลี้ยแป้ง
